วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คะแนนเก็บบทที่ 1 วิชา การใช้โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล หทัยทิพย์ 8.5 ศรัญยู 7.75 วีรภัทร 7.75 สุวรรณรัตน์ 5 วิกานดา 5 เสาวนีย์ 6 ลัดดาวรรณ 5.5 เกศทิพย์ 5.75 ณัฐวุฒิ 6.25

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คุณลักษณะและพฤติกรรมภาวะผู้นำของฝ่ายบริหารสถานศึกษา

หลักการบริหารการศึกษา
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารหรือผู้นำหรือผู้จัดองค์การ หรือหัวหน้างาน ไม่ว่าหน่วยงานเล็กหรือหน่วยงานใหญ่ หน่วยงาน ราชการหรือเอกชนก็ตาม ย่อมมีบทบาทที่เป็นผลต่อการสำเร็จหรือประสิทธิภาพของงานเป็นอย่างยิ่ง บางครั้ง การจัดองค์การ แม้จะไม่เรียบร้อยถูกต้องอยู่บ้าง ก็อาจได้รับผลงานสูงได้ หากผู้บริหารมีคุณลักษณะที่ดี แต่ถ้าคุณลักษณะ หรือพฤติกรรมในการนำของผู้บริหารไม่ดี แม้การจัดองค์การถูกต้อง หรือดีเพียงใดก็ตาม ผลงาที่เกิดขึ้นของหน่วยงานนั้นๆ ย่อมสมบูรณ์ได้ยาก ดังนั้นผู้บริหารหรือผู้นำจะต้องมีคุณสมบัติเหมาะสม มีพฤติกรรม ในการนำที่ถูกต้อง เหมาะสมเพราะความสำเร็จของงานทุกด้านขององค์การ ขึ้นอยู่กับผู้บริหาร หรือผู้นำ ซึ่งจะวินิจฉัยสั่งการ หรือตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งคุณลักษณะ ที่พึงประสงค ์ของผู้บริหารหรือผู้นำนั้น ควรที่จะประกอบด้วยเรื่องที่สำคัญ ได้แก่ คุณลักษณะด้านบุคลิกภาพ คุณลักษณะด้านความเป็นผู้นำ คุณลักษณะด้านความรู้ทางวิชาการ และ คุณลักษณะด้านความสามารถในการบริหาร
คุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาในยุคปฏิรูปการศึกษา

ปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างการเรียนรู้ในโรงเรียน คือ ระบบการบริหารจัดการที่มี ประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วม ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาในยุคปฏิรูปในการศึกษาจึงต้องมีศาสตร์และ ศิลป์ในการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่จะทำให้การบริหารจัดการศึกษาบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เมื่อกล่าวถึงคุณลักษณะ ของนักบริหารดูเหมือนจะมีการกล่าวไว้มากมาย ซึ่งมีทั้งทัศนะส่วนตัว ที่เกิดจาก ประสบการณ์ ในการเป็นผู้บริหารมาและผลจากการศึกษาและวิจัยของนักวิชาการซึ่งมีทั้งของไทยและต่างประเทศ

บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตามมาตรา 39 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . 2542 ที่ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารจัดการ ไปยังคณะกรรมการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง ใน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารบุคคล และการบริหารทั่วไป (สำนักงานปฏิรูปการศึกษา. 2543: 82 – 84)

ในการจะทำโรงเรียนให้มีคุณภาพนั้นจะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการทำงานในทุกด้านโดยเฉพาะในด้านงาน 4 งานหลัก ดังนี้

ด้านวิชาการ

มีความรู้และเป็นผู้นำด้านวิชาการ
มีความรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์ด้านการบริหารงาน
สามารถใช้ความรู้และประสบการณ์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที
มีวิสัยทัศน์
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ มุ่งพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
รอบรู้ทางด้านการศึกษา
ความรับผิดชอบ
แสวงหาข้อมูลข่าวสาร
รายงานผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ
ใช้นวัตกรรมทางการบริหาร
คำนึงถึงมาตรฐานวิชาการ
การบริหารงบประมาณ
เข้าใจนโยบาย อำนาจหน้าที่ และกิจกรรมในหน่วยงาน
มีความรู้ระบบงบประมาณ
เข้าใจระเบียบคลัง วัสดุ การเงิน
มีความซื่อสัตย์ สุจริต
มีความละเอียดรอบคอบ
มีความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
หมั่นตรวจสอบการใช้งบประมาณอยู่เสมอ
รายงานการเงินอย่างเป็นระบบ
การบริหารงานบุคคล

มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ในการบริหารงานบุคคล

เป็นแบบอย่างที่ดี

มีมนุษยสัมพันธ์

มีอารมณ์ขัน

เป็นนักประชาธิปไตย

ประนีประนอม

อดทน อดกลั้น

เป็นนักพูดที่ดี

มีความสามารถในการประสานงาน

มีความสามารถจูงใจให้คนร่วมกันทำงาน

กล้าตัดสินใจ

มุ่งมั่นพัฒนาองค์กร

การบริหารทั่วไป

เป็นนักวางแผนและกำหนดนโยบายที่ดี

เป็นผู้ที่ตัดสินใจและวินิจฉัยสั่งการที่ดี

มีความรู้ และบริหารโดยใช้ระบบสารสนเทศที่ทันสมัย

เป็นผู้ที่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร

รู้จักมอบอำนาจและความรับผิดชอบแก่ผู้ที่เหมาะสม

มีความคล่องแคล่ว ว่องไว และตื่นตัวอยู่เสมอ

มีความรับผิดชอบงานสูง ไม่ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรค

กำกับ ติดตาม และประเมินผล

บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการประกันคุณภาพการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียน เป็นการให้หลักฐานข้อมูลแก่ประชาชนว่า บุคลากรในโรงเรียนทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียน และสาธารณชนมั่นใจในคุณภาพของนักเรียน ดังนั้น โรงเรียนต้องจัด ให้มีระบบประกันคุณภาพภายใน และให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการบริหารการศึกษา ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาที่กล่าวถึงที่ยังเป็นผลให้เกิดการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่จะต้องบริหารแบบมีส่วนร่วม มีลักษณะของผู้นำแบบประชาธิปไตย จะให้ความสำคัญ ให้เกียรติและเคารพ ในศักดิ์ศรีของผู้ร่วมงาน ยอมรับและเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานแสดงความคิดเห็นร่วมแก้ปัญหาและร่วมตัดสินใจ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มีความเชื่อมั่น เห็นคุณค่าของตนเองและผู้ร่วมงาน ซื่อสัตย์ จริงใจ มีความสามารถกระตุ้น และจูงใจให้เกิดความรักและความผูกพันในโรงเรียน

ดังนั้น การพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้ ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเปลี่ยนแปลง บทบาทของตนเองโดยการใช้หลักการบริหารคุณภาพที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิดร่วมตัดสินใจ โรงเรียนสร้างทีมงาน ซึ่งมีความสำคัญต่อการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management: SBM)

ปัจจัยเสริมสร้างความเป็นนักบริหารมืออาชีพ

นอกจากคุณลักษณะและบทบาทที่สำคัญของการเป็นนักผู้บริหารการศึกษามืออาชีพดังได้กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีปัจจัยเสริมบางประการที่จะเป็นตัวชี้วัด (Indicators) สำคัญของการเป็นผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ ได้อย่างสง่างาม เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายต่อการปฏิบัติภารกิจตามบทบาท หน้าที่เชิงบริหารจัดการศึกษา ในสถานศึกษา ปัจจัยบ่งบอกความสำคัญเหล่านี้ ได้แก่

1. คุณวุฒิด้านการศึกษา เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญจะต้องมี กล่าวคือ ต้องมีคุณวุฒิด้านการศึกษา ตรงตามคุณสมบัติ ที่กำหนดในกฎหมายวิชาชีพ โดยเฉพาะในยุคปฏิรูปการศึกษาที่ต้องการมืออาชีพทางการบริหาร บุคคลเหล่านี้ต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาตรี โท เอก ด้านการศึกษาเป็นสำคัญ

2. ประสบการณ์การปฏิบัติงาน ต้องมีประสบการณ์สั่งสมในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ประสบการณ์ ด้านการบริหารทางการศึกษาในองค์กรทางการศึกษาระดับต่างๆ ในตำแหน่งทาง การบริหารการศึกษา ที่ได้ดำเนินบทบาทภารกิจตามสายงานที่กำหนดไว้

3. ประสบการณ์การฝึกอบรม ศึกษา ดูงาน ผู้บริหารการศึกษามืออาชีพต้องได้รับการเพิ่มพูน ประสบการณ์ ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ การศึกษาดูงานจากแหล่งวิทยาการความรู้ สามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. การสร้างผลงานทางวิชาการ เป็นองค์ประกอบของการสร้างนักบริหารการศึกษาก้าวสู่มืออาชีพ โดยมีผลงานทางวิชาการเป็นเครื่องมือยืนยันถึงศักยภาพดังกล่าว ผลงานสามารถจัดกระทำได้หลายรูปแบบ ทั้งด้านการวิเคราะห์งานวิจัย การเขียนและเรียบเรียงเอกสารทางวิชาการ การเขียนบทความ ตำรา ฯลฯ ออกเผยแพร่แก่หน่วยงานอื่นๆ ให้แพร่หลายทั่วถึง รวมทั้งการเป็นวิทยากรเผยแพร่ความรู้ นวัตกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ผลงานดีเด่นที่สั่งสมไว้ผลสำเร็จจากการปฏิบัติงานของผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ อาจดูจากหลักฐาน ที่เป็นผลงานที่สั่งสมไว้ จนเป็นที่ประจักษ์แก่ชุมชน สังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

6. ลักษณะเฉพาะของเอกัตบุคคล เป็นลักษณะเฉพาะตัว (Character) ที่นักบริหารการศึกษามืออาชีพ ควรเสริมสร้างให้บังเกิดขึ้น ได้แก่

มีบุคลิกที่ดี สง่างาม น่านับถือ

มีความขยันหมั่นเพียร สัมมาอาชีพ

มีความรับผิดชอบสูงทั้งต่อตนเอง ครอบครัว หน่วยงาน

มีความซื่อสัตย์ สุจริต

ตรงต่อเวลา บริหารเวลาได้ดี

กระตือรือร้นในการทำงาน

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

รักษาระเบียบวินัยได้ดี เป็นแบบอย่างที่ดี

สรุป

ผู้บริหารสถานศึกษาในยุคปฏิรูปการศึกษา จะต้องมีความรู้ ความสามารถในการบริหาร จัดการ มีวิสัยทัศน์ในการบริหารการศึกษาให้ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลง มีภาวะผู้นำ มีมนุษยสัมพันธ์เป็นที่ยอมรับ ของผู้เกี่ยวข้อง และมีความเป็นประชาธิปไตย เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทุกคนมีความรู้ ความสามารถ บุคลิกลักษณะ และคุณสมบัติตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างแท้จริง ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพในยุคปฏิรูปการศึกษา ควรมีลักษณะที่สำคัญ คือ นักพัฒนา นักแก้ปัญหา นักตัดสินใจ นักประนีประนอม นักการฑูต นักวางแผน นักปกครอง และนักปราชญ์

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

งานชิ้นที่ 4 วิเคราะห์ 5 Forces Model ธุรกิจไอศกรีมป่าตัน

1. ปัจจัยการเข้าสู่ธุรกิจ หรือผู้เข้ามาใหม่
- เนื่องด้วยไอศกรีมป่าตันเป็นธุรกิจขนาด Sme คู่แข่งขันจึงมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ง่ายในธุรกิจระดับเดียวกันแต่ถ้ามองในส่วนของต้นทุนในการผลิตทั้งเครื่องจักร แรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มีต้นทุนค่อนข้างสูงจึงทำให้คู่แขงขันรายใหม่อาจจะไม่เข้าสู่ธุรกิจไอศกรีมถ้าเงินทุนไม่สูงพอ ดังนี้นจึงสามารถมองได้ 2 ด้าน ตามที่ได้กล่าวมา
2. แรงผลักดันจากผู้ผลิตหรือคู่แข่งขันที่มีในอุตสาหกรรม
- มีคู่แข่งขันค่อนข้างมาก เช่น Swensen, Walls,Nestle,cremo แต่เป็นคู่แข่งขันคนละระดับแต่ป่าตันเป็นธุรกิจขนาด Sme ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคจะต่างกันจึงทำให้การแข่งขันในระดับเดียวกันลดลงจึงมีโอกาสเติบโตขึ้น
- คนส่วนใหญ่จากการวิจัยที่ชอบรับประทานไอศกรีมจะเป็นคนในระดับการศึกษาปริญญาตรีถึงร้อยละ 47 แต่ส่วนใหญ่จะนิยมรับประทานไอศครีมที่มีชื่อเสียงแต่กลุ่มผู้บริโภคในท้องถิ่นจะนิยมบริโภคไอศครีมป่าตันเพราะเป็นที่รู้จักมานาน
3. อำนาจต่อรองของผู้ขาย (ซัพพลายเออร์)
- ผู้ขายวัตถุดิบมาอำนาจในการต่อรองค่อนข้างสูง เพราะไอศกรีมป่าตันเป็นธุรกิจขนาด Sme การสั่งซื้อวัตถุดิบต่อครั้งมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจไอศครีมขนาดใหญ่
4. อำนาจการต่อรองของกลุ่มผู้ซื้อหรือลูกค้า
- ลูกค้ามีอำนาจในการต่อรองเมื่อสั่งซื้อในปริมาณมาก ๆ
- ค่านิยมของการบริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปตามรายได้การยึดมั่นในตราสินค้าจึงลดลง
5. แรงผลักดันซึ่งเกิดจากสินค้าอื่นๆ ซึ่งสามารถใช้ทดแทนได้
- สินค้าที่สามารถทดแทนไอศกรีมได้มีค่อนข้างมากมีสินค้าทดแทนอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ น้ำแข็งใส นม และโยเกิร์ต

งานชิ้นที่ 3 วิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกของ ธุรกิจไอศกรีมป่าตัน

1. P=Political
- การควบคุมราคาสินค้าของรัฐบาล (นม ,น้ำตาล) เป็นข้อดีในการผลิตเพราะราคาสินค้าจะถูกกำหนดโดยรัฐบาล ผู้ขายไม่สามารถขึ้นราคาเองได้
- นโยบายการส่งเสริมธุรกิจขนาด Sme
- นโยบายของรัฐในปี 2554 มุ่งฟื้นฟูผลกระทบจากอุทกภัยมากกว่าการส่งเสริมทางด้านอุตสาหกรรม
- สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองทำให้การผลิตลดลง ยอดขายลดลง เนื่องจากมีความวุ่นวาย ประชาชนอยู่กับบ้าน สถานีน้ำมันปิดบริการ การจัดซื้อวัตถุดิบล้าช้า
2. E=Economic
- แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2554 เศรษฐกิจโดยรวมจะขยายตัวร้อยละ 3.5 – 4.5 เฉพาะส่วนของการบริโภคจะขยายตัวร้อยละ 4.3 เป็นแนวโน้มที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการโดยรวม
3. S=Social
- ป่าตันแป็นไอศกรีมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่และเป็นที่นิยมของคนในจังหวัดเชียงใหม่
- ค่านิยมที่เชื่อว่าการรับประทานไอศกรีมจะทำให้อ้วนขึ้น
- ค่านิยมของผู้บริโภคส่วนใหญ่จะรับประทานสินค้าที่มีชื่อเสียง เช่น Swensen, Walls,Nestle,cremo
4. T=Technological
- ในกระบวนการผลิตจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในการผลิตเช่น กระบวนการ Pasteurization, Homogenization, Continuous Freezing และ Hardening การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้สินค้ามีคุณภาพและสามารถผลิตได้รวดเร็ว
- เทคโนโลยีในการผลิตสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

งานชิ้นที่ 2 วิเคราะห์ความน่าจะเป็นของธุรกิจที่เหมาะสมในเขตจังหวัดเชียงใหม่

ธุรกิจที่เลือก : ธุรกิจไทยล้านนาสปา
เหตุผลสนับสนุน
ที่มา : รายการ Smart Money : ทาง Money Channel True Visions 80 และ ททบ.5
ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้า จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวในรายการ Smart Money ถึงเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ในปีที่ผ่านมา จากสถานการณ์ภายในประเทศที่มีความไม่แน่นอนและสถานการณ์เปลี่ยนแหลงได้ตลอดเวลา จึงทำให้นักลงทุนมีการชะลอการลงทุนไปบ้างแต่การที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดศูนย์กลางการท่องเที่ยวภาคเหนือซึ่งดูได้จากรายได้รวมของจังหวัดเชียงใหม่ กว่า 40% เป็นรายได้มาจากการท่องเที่ยว จึงทำให้นักลงทุนทั้งนอกและในจังหวัดเชียงใหม่ที่มองเห็นช่องทางการลงทุนนี้เข้ามาลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกิจการท่องเที่ยวและบริการภายในจังหวัดมากขึ้น
ธุรกิจหลักของเชียงใหม่นั้นเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมล้านนาที่เก่าแก่แต่มีมนต์เสนห์อย่างมาก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและรับรู้ถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ได้เป็นอย่างดี
สอดคล้องกับ สมาคมไทยล้านนาสปา ที่วิเคราะห์ธุรกิจสปาเดือน กรกฏาคม 53 เริ่มฟื้นตัว หลัง 6 เดือนแรกลดลงมากที่สุดในรอบ 7 ปี กว่า 70% สาเหตุเพราะการเมืองภายใน
นายภาคิน พลอยภิชา นากยกสมาคมไทยล้านนาสปา เปิดเผยกับ"กรุงเทพธุรกิจ"ว่า ภาพรวมธุรกิจ สปา ในเดือน กรกฏาคม นี้ถือว่าปรับตัวดีขั้นมากจากต้นปี 2553 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่า 50% เป็นสัญญาณและแนวโน้มที่ดีของธุรกิจสปาล้านนาในปี 2554 โดยเผยว่าหลังจากเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปจะเป็นช่วงไฮซีซันจะมีรายได้จากธุรกิจสปาโดยประมาณ 700-800 ล้านบาทและส่วนของ จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันให้เป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพของภูมิภาค มีศักยภาพและความพร้อมเป็นศูนย์กลางได้ เพราะธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีการขยายตัวและเติบโตค่อนข้างสูง ทั้งกลุ่มโรงพยาบาล สปา นวดไทย ซึ่งในวงการท่องเที่ยวทราบกันดีว่า จ.เชียงใหม่มีชื่อเสียงทางด้านสปา

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

งานชิ้นที่ 1 วิเคราะห์ SWOT

วิเคราะห์ SWOT ตัวเองทางด้านบริหารธุรกิจและเทคโนโลยี
Strengths :
- มีทักษะในการเรียนรู้งานทางด้านบริหารและเทคโนโลยีค่อนข้างเร็ว
- มีทักษะในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้ดี
- มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่องานธุรกิจค่อนข้างดี
- มีความสนใจใฝ่รู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีค่อนข้างสูง
Weakness :
- ประสบการณ์ทางด้านการเขียนโปรแกรมภาษายังมีน้อยมากไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ
- ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษยังอยู่ในระดับต่ำมาก
- ขาดความสามารถในการวิเคราะห์ระบบเครือข่ายและการวางแผนธุรกิจ
Opportunities :
- ยังมีโอกาสในการเพิ่มพูนความรู้เพราะปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่และมีโอกาสจะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
Therats :
- ส่วนใหญ่ในหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจมุ่งเน้นให้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้ความรู้ทางด้านบริหารธุรกิจมีน้อยกว่า